ฟักข้าวนาโนลบริ้วรอย งานวิจัยเภสัชมช.


ครีมอนุภาคนาโนจากน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 

ตำรับลดริ้วรอยได้ผลดีและมีความคงตัวสูง เป็นงานวิจัยและพัฒนาของนักวิจัย คณะเภสัชมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  แสดงถึงศักยภาพนักวิจัยไทย จนได้รับรางวัลนานาชาติจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ  “ฟักข้าวยังไปได้อีกไกลในระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม

แนะส่งเสริมการปลูกฟักข้าวสู่ระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

รศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุล หัวหน้าทีมวิจัย เผยผลงานวิจัยเรื่อง  การพัฒนาเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยจากน้ำมันของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวใน อนุภาคไขมันระดับนาโน (Development of Anti-wrinkle Cosmetic from Aril Oil of Momordica cochinchinesis (Lour.) Spreng in Nanostructured Lipid Carriers) ได้รับรางวัล IFSCC Host Society Award 2011 ซึ่งนับเป็นผลงานของคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ 2011 (IFSCC 2011) เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.54 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร 

ซึ่งนับเป็นการประชุมระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยโดยสมาคมนักเคมีเครื่อง สำอางแห่งประเทศไทย รศ.ดร.ภญ.พรรณวิภา กฤษฏาพงษ์ ได้รับเกียรติเป็นประธานจัดงาน และเป็นครั้งที่ 21 ของประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอาง นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาชีพในอุตสาหกรรมเคมีเครื่องสำอางและความงามจากประเทศสมาชิกของสมา พันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ (IFSCC) รวม 47 ประเทศ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนกว่า 15,000 คน   ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงผลงานวิจัยและศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดย มุ่งเน้นมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเครื่องสำอางจากสารธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง

ผลงานวิจัย 
เรื่องการ พัฒนาเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยจากน้ำมันของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ในอนุภาคไขมันระดับนาโน นั้นเป็นการต่อยอดงานวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ของทีมนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คือหัวหน้าโครงการ รศ.ดร.ภก. สุรพล นธการกิจกุล และคณะกล่าวถึงที่มาของการวิจัยว่าฟักข้าวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng วงศ์ Cucurbitaceae  เดิมมีถิ่นกำเนิดประเทศเอเชียเขตร้อน ในเมืองไทยมีมากในเขตภาคเหนือและภาคกลาง  ซึ่งหมอพื้นบ้านใช้ภูมิปัญญาในการใช้ฟักข้าวเป็นยารักษาโรคและเป็นอาหาร  

ทีมวิจัยได้นำเยื่อหุ้มเมล็ดมาสกัดน้ำมัน ทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และพัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความแก่โดยการทดสอบประสิทธิภาพการลดรอยเหี่ยว ย่นในอาสาสมัคร และมีการเผยแพร่ในการประชุมมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ ในปี พ.ศ. 2550 และได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น
รศ.ดร.สุรพล กล่าวย้ำว่า จากผลการวิจัยครั้งนั้น สร้างกระแสบูม มีการปลูกฟักข้าวและนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ ไอศกรีม ในระดับชุมชน นอกจากนี้ยังมีการผลิตเป็นสบู่และครีมบำรุงผิวจากฟักข้าว เป็นสินค้าระดับ OTOP และSME ตามมา
อย่างไรก็ดี การผลิตเพื่อแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมนั้นต้องมีการวางแผนการปลูกที่ดี ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ขั้นตอนในการแปรรูปจะต้องตรวจสอบความคงตัวและมาตรฐานสารสำคัญในฟักข้าว นอกจากนี้ต้องมีการประเมินประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล  จึงจะสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานส่งออกได้ ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยมีการขยายตัวเพิ่มและการแข่งขันสูง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หากได้มีการตรวจสอบคุณภาพและประเมินประสิทธิภาพอย่างจริงจัง มักพบปัญหาเรื่องความคงตัวและการออกฤทธิ์ลดลงเมื่อเก็บผลิตภัณฑ์ไว้นาน
จากปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงได้สกัดน้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมาศึกษาตรวจสอบองค์ประกอบ ทางเคมีโดยวิธี HPLC   พบว่าลายพิมพ์ ตรงกับของสารมาตรฐานไลโคปีนและกลุ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารประกอบกลุ่มนี้สลายตัวได้ง่ายโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาวะที่มีแสงและ อุณหภูมิสูง    ดังนั้นจึงหาวิธีเพิ่มความคงตัวโดยการเตรียมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวให้ อยู่ในรูปอนุภาคไขมันระดับนาโนและนำไปใส่ในตำรับครีม   ซึ่งอนุภาคไขมันระดับนาโนที่เก็บกักน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสามารถ เตรียมด้วยเทคนิคการปั่นผสมที่ความดันสูง พบว่าที่ความดัน 1,000 บาร์ จำนวน 5 รอบ  ได้อนุภาคที่มีลักษณะทางกายภาพที่ดีไม่เกิดการแยกชั้น เมื่อใช้เครื่องวัดขนาดอนุภาค (Photon correlation spectroscopy) วัดพบว่า  มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยไม่เกิน 200 นาโนเมตร การกระจายตัวอนุภาคใกล้เคียง โดยรูปร่างของอนุภาคมีลักษณะกลมมีความคงตัวดี จากนั้นนำตำรับครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนา โน มาทดสอบความคงสภาพของตำรับที่สภาวะเร่งด้วยอุณหภูมิแบบร้อนสลับเย็น และที่สภาวะอุณหภูมิต่างๆ 4?C, 25?C และ 45?C นาน 90 วัน  พบว่า มีลักษณะทางกายภาพที่ดี ไม่เกิดการแยกชั้น และผลของอุณหภูมิและแสง ต่อความคงตัวของเบต้าแคโรทีนในน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว พบว่าในทุกสภาวะของตำรับครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาค ไขมันระดับนาโนมีเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ของเบต้าแคโรทีนสูง ในการศึกษาประสิทธิภาพการลดริ้วรอย โดยใช้เครื่องมือ Skin Visiometer พบว่าหลังใช้ผลิตภัณฑ์วันละ 2 ครั้ง อย่างต่อเนื่องนาน 8 สัปดาห์  บริเวณที่ใช้ครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโน สามารถลดริ้วรอยของผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนใช้ครีม

และยังพบว่าบริเวณผิวหนังที่ใช้ครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคนาโน มีประสิทธิภาพลดริ้วรอยได้ดีกว่าบริเวณที่ใช้ครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคนาโนให้ มีประสิทธิภาพลดริ้วรอยและมีความคงตัวดีขึ้น  เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่พืชท้องถิ่นของประเทศไทยและประชาคมอา เซียน จึงได้รับรางวัลจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ (IFSCC)ส่งท้าย ปี 2554 ที่ผ่านมา
ที่มา : เชียงใหม่นิวส์

ฟักข้าวกับประโยชน์ทางยาและการรักษาโรคมะเร็ง

ฟักข้าวกับคุณประโยชน์ทางยาและฤทธิ์ในการบำบัดรักษาโรค
ฟักข้าวกับงานวิจัยในเวียดนาม
การวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย ประเทศเวียดนาม พบว่าน้ำมันที่สกัดจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ
และจากงานวิจัยของประเทศเวียดนามพบว่า เมื่อใช้เยื่อฟักข้าวเสริมอาหารให้กับเด็กก่อนวัยเรียน(เวียดนาม) พบว่าเด็กในกลุ่มที่ให้ฟักข้าวเสริม จะมีปริมาณบีตาแคโรทีนและไลโคพีนในพลาสมาสูงขึ้น และในกลุ่มที่มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมโกลบินต่ำ เมื่อให้ฟักข้าวเสริมพบว่าจะทำให้มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมโกลบิน เพิ่มขึ้นด้วย จึงแนะนำให้ผู้มีเลือดจางกินข้าวหุงเยื่อเมล็ดฟักข้าวสุกด้วย ปัจจุบันมีผู้นำเยื่อเมล็ดฟักข้าวผลิตเป็นเครื่องดื่ม อาหารเสริมจำหน่ายในต่างประเทศ และกำลังนำไปผลิตเป็นเครื่องสำอางด้วย

การใช้ฟักข้าวในประเทศจีน
ประเทศจีนใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานานกว่า ๑,๒๐๐ ปี โดยเมล็ดฟักข้าวและเยื่อเมล็ดในการบำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ ส่วนการกินฟักข้าวเป็นยานั้น จะใช้เมล็ดแก่บดแห้ง ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มี อาการ และใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร
งานวิจัยฟักข้าวในประเทศจีน พบว่าโปรตีนจากเมล็ดฟักข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ซึ่งถือว่าจะช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระในร่างกาย จึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อและคลายกล้ามเนื้อในเครื่องยาจีน หลายตำรับเช่นกัน


การใช้ฟักข้าวในประเทศไทย
จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบว่า เมล็ดฟักข้าวมีโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง โดยตอนนี้ได้จดสิทธิบัตรในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
ส่วนงานวิจัยอื่นๆของไทยและต่างประเทศ พบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลชิน-เอส และโคลชินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนา เภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า
ในประเทศไทย จะใช้ราก ของฟักข้าวสระผมเพื่อกำจัดเหา ใช้รากฟักข้าวบดหมักผมกระตุ้นให้ผมดก และมีประเพณีล้านนาของไทยใช้ ฟักข้าวในการดำหัว (คือการสระผม) สตรีล้านนาจะดำหัว ด้วยแชมพู ซึ่งประกอบด้วย ฝักส้มป่อยจี่ ผลมะกรูดเผา ผลประคำดีควายหมกไฟพอให้สุก รากของต้นฟักข้าว รากแหย่งบดหยาบ ทั้งหมดผสมกับน้ำอุ่นหมักผมไว้สัก ระยะหนึ่งแล้วจึงล้างออก จะทำให้แก้คันศีรษะ แก้รังแค แก้ผมร่วงและช่วยให้ผมดกดำเงางามได้

การใช้ฟักข้าวในประเทศญี่ปุ่น
จากการวิจัยเกี่ยวกับฟักข้าวของญี่ปุ่น พบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลของฟักข้าว จะช่วยยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ใน หนูทดลอง โดยลดการแผ่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็งและชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ดังกล่าว ในห้องทดลอง น้ำสกัดจากผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำ ไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์แตกตาย

คะอ่านดูแล้วน่าสนใจใช่ไหมคะ ฟักข้าวสามารถทานได้ทุกส่วนทั้งส่วนยอด ผลอ่อน ผลสุกของฟักข้าวสามารถทานได้หมด ผลแก่ยิ่งอุดมด้วยคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระ ถ้าทานร่วมกับวิตามินซี หรือ น้ำเสาวรสได้จะดีมากเลยคะ ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้านจะได้กินเมื่อใจ ปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดีคะ  
ที่มา : หมอชาวบ้าน

ปล. ถ้าสนใจเมล็ด หรือ ต้นก็ลองหาดูในตลาดคะ ถ้าไม่มีก็ ติดต่อสอบถามได้คะ 086-2599524

ทำความรู้จักกับฟักข้าวอาหารต้านมะเร็ง


ชื่อ : ฟักข้าว (อาหารต้านมะเร็ง)
ชื่อสามัญ : Spring Bitter Cucumber
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica cochinchinensis Spreng.
ชื่อท้องถิ่น : แก็ก”, “มะข้าว”, “ผักข้าว”, “ขี้กาเครือ ฟักข้าว
ลักษณะ : ฟักข้าวเป็นไม้ประเภทล้มลุก โดยเป็นเถาเลื้อย มีมือเกาะ แบบเดียวกับตำลึง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ หรือรูปไข่ รูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ความกว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก

  • ดอกฟักข้าว มีลักษณะดอกจะออกบริเวณข้อต่อระหว่างใบ หรือ ซอกใบ โดยออกข้อละดอก ลักษณะ คล้ายดอกตำลึงลักษณะกลีบดอก ขาวอมเหลือง หรือขาวแกมเหลือง ก้านเกสรและกลีบละอองมีสีม่วงแกมดำ หรือน้ำตาลแกมม่วง ใบเลี้ยงประดับมีขน โดยดอกจะเป็นดอกแบบ เพศไม่สมบูรณ์ แยกแป็นดอกดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย และจะอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้จะมีสีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ ส่วนดอกเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า
  • ผลของฟักข้าว ผลของฟักข้าวจะมีรูปร่างกลมออกรี มีหนามเล็ก ๆ อยู่รอบผล ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้องถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง หรือแดงอมส้ม ภายในมีเมล็ดจำนวนมากเรียงตัวกันคล้ายเมล็ดแตง

การขยายพันธ์ : สามารถขยายพันธุ์ได้ 4 วิธี ดังนี้

  1. โดยใช้เมล็ด ถ้ากะเทาะเปลือกปลูกจะงอกง่ายและเร็วกว่า ถ้าเพาะด้วยเมล็ดจะมีรากเยอะแข็งแรงหากินเก่ง
  2. ปักชำเถาว์แก่ ผลจะทำให้ออกดอกออกผลเร็ว แต่หากินไม่เก่งเพราะรากน้อย
  3. แยกรากปลูก จะคล้ายๆกับการทับเถาว์ ผลออกดอกเร็ว ติดผลเร็วไม่ต้องรอนาน
  4. ทับเถาว์ปลูก โดยเลือกเถาว์ที่ยังติดลำต้นอยู่ไม่ต้องตัดออก หรือที่เลื้อยอยู่บนดิน แล้วเอาดินมากลบ ถ้าสังเกตว่ามียอดแตกออกมาจากข้อเถาว์ที่ทับก็ตัดเอาไปปลูกได้เลย วิธีนี้จะต้นจะแข็งแรงรากเยอะ ออกดอกออกผลเร็วคะ
ผลผลิตและปริมาณผลผลิต : ฟักข้าวจะเริ่มมีดอกหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 2-3เดือน ดอกจะเริ่มออกในประมาณเดือนพฤษภาคมและติดดอกไปจนถึงราวเดือนสิงหาคม จากติดดอกจนออกผลสุกใช้เวลาโดยประมาณ 30 วัน โดยจะสามรถเก็บเกี่ยวผลได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ กรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และใน 1 ฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวสามารถได้ผลมากถึง 30-60 ผล ต่อ 1 ต้น
คุณค่าทางการตลาด : จากการสำรวจราคาฟักข้าวพบว่า
· ยอดของฟักข้าว ราคา กำละ 3-5 บาท
· ผลอ่อน ราคาลูกละ 10 – 15 บาท
· ผลสุก ราคาลูกละ 25-40 บาท แล้วแต่ขนาด
· เยื่อสีแดงที่ติดเมล็ด ตอนนี้ในตลาดรับซื้อกันที่ ราคา ประมาณ 1000 -1500 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม
คุณค่าทางโภชนาการ : ปริมารสารอาหารพบว่าฟักข้าวมีสารอาหารทีสำคัญ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านความเสื่อมและโรคมะเร็งทั้งหลาย

ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ


ที่มา : หมอชาวบ้าน
                 จากการวิเคราะห์สารอาหาร พบว่า แม้ในผลอ่อนของฟักข้าวก็ยังมีสารอาหารในปริมาณที่สูงมากโดยเฉพาะ สาร เบต้าแคโรทีน และแคลเชียม

ผลการวิเคราะห์สารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญของผลสุกกับเยื่อเมล็ดของฟักข้าว



ที่มา หมอชาวบ้าน

สงสัยไหมคะว่า "สารไลโคพีน" คืออะไร  สารไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ในวงการแพทย์จะใช้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร
จากการวิเคราะห์ พบว่า เนื้อผลฟักข้าว โดยเฉพาะเยื่อเมล็ดผลสุก(เยื่อสีแดง)ของฟักข้าว มีปริมาณบีตาแคโรทีนสูงมาก โดยเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับแครอทซึ่งเป็นพืชที่มีสารเบต้าแคโรทีนสูงที่สุดปรากฏว่า มีมากกว่าแครอทถึง ๑๐ เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับพระเอกที่ได้ชื่อเป็นแหล่งที่ให้ไลโคพีนมากที่สุดซึ่งก็ คือ มะเขือเทส พบว่าฟักข้าวมีสารไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศถึง ๑๒ เท่า นอกจากนั้นฟักข้าวยังมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ ๑๐ ของมวลการกิน ที่สำคัญสารบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวจะสามารถดูดซึมในร่างกายได้ดีกว่าเพราะละลายได้ในกรดไขมัน
จากปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง ซึ่งเป็นที่ทารบดีว่าสารเหล่านั้นเป็นสารสำคัญที่ช่วยในเรื่องสายตาและการมองเห็น ดังนั้น ถ้าหากท่านจะกินฟักข้าวเพื่อบำรุงสายตา และสุขภาพร่างกายให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำว่าต้องกินส่วนที่มาจากเยื่อเมล็ด(เยื่อสีแดง) นะคะเพราะเป็นส่วนที่มีสารอาหารเยอะกว่าส่วนอื่นๆ 

ตารางเปรียบเทียบปริมาณสารไลโคพีนกับพืชผลไม้อื่นๆ


ที่มา หมอชาวบ้าน
จากผลการเปรียบเทียบ และจากคุณสมบัติของไลโคพีนซึ่งมีในเยื่อเมล็ดฟักข้าว ซึ่งในตารางจะแสดงให้เห็นว่า ฟักข้าวมีสารไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ และผลไม้อื่นๆ ทุกชนิด จึงกล่าวได้ว่า "ฟักข้าวเป็นอาหารต้านมะเร็งและความเสื่อมของเซลล์ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคพีน  สมัยก่อนยายที่บ้านแกชอบเอาเยื่อและเนื้อของผลสุกมาบดพอกหน้าเช่นกันเพราะแกเชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณเต็งตึง ถามว่าจริงหรือไม่ จากเหตุและผลที่กล่าวมาและเท่าที่ดูยายแกก็หน้าเด็กกว่าคนในวัยเดียวกันเหมือนกันนะคะ แบบนี้ต้องลองคะ